ที่สุดบอลโลก : เพลงบอลโลก

16:18 12 มิถุนายน 2561 1,090
จากเพลงฟุตบอลโลกเชยๆ เมื่อ 56 ปีก่อน สู่ระบบการผลิตเพลงเพื่อขาย ริกกี มาร์ติน ทำได้ดีที่สุดในปี 1998 ชนะแม้กระทั่ง โอเอซิส หัวหอกอัลเตอร์เนทีฟยุค 90

จากเพลงฟุตบอลโลกเชยๆ เมื่อ 56 ปีก่อน สู่ระบบการผลิตเพลงเพื่อขาย ริกกี มาร์ติน ทำได้ดีที่สุดในปี 1998 ชนะแม้กระทั่ง โอเอซิส หัวหอกอัลเตอร์เนทีฟยุค 90

 ปกติแล้วหากพูดถึงเพลงประจำการแข่งขันกีฬา หลายคนอาจนึกถึงเพลงเชยๆ หรือเพลงที่เน้นวัฒธรรมท้องถิ่นเสียมากกว่า แต่ในโลกธุรกิจสิทธิประโยชน์สมัยใหม่ เกมการแข่งขันกีฬาใหญ่ๆ ต่างออกเพลงเพื่อเรียกยอดขายทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ฟุตบอลโลก

เพราะจากอดีตฟุตบอลโลก เริ่มมีเพลงประจำการแข่งขันตั้งแต่ครั้งที่ 7 หรือในปี 1962 ชื่อเพลง “เอล ร็อก เดล มุนเดียล” โดย ลอส แรมเบลอร์ส ลักษณะดนตรีเป็นลูกผสมของคนพื้นเมือง ดนตรีแอฟริกัน และคนสเปน ซึ่งเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก ในยุคแรกมักเป็นเช่นนี้ เพราะนับตั้งแต่ปี 1962 จนถึงปี 1986 ทวีปอเมริกาใต้และอเมริกากลาง เป็นเจ้าภาพถึง 5 ครั้ง และกลิ่นอายดนตรีแบบที่เรียกว่า “บัวนา วิสตา โซเชียล คลับ” ที่เริ่มกำเนิดจากประเทศคิวบา ต่อมาได้รับความนิยมในแถบอเมริกาใต้ รวมทั้งประเทศสเปน

เพลงประจำฟุตบอลโลก เริ่มเข้าสู่ยุคใหม่ในปี 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ระบบธุรกิจสิทธิประโยชน์เข้ามามีส่วน เพราะธุรกิจเพลงฝั่งสหรัฐอเมริกา เพื่อนบ้านของเม็กซิโก เริ่มตีตลาดโลกได้แล้ว  “เม็กซิโก 86” จึงตัดเพลงขายถึง 3 เพลง ทั้งเพลงท้องถิ่นแบบบัวนา วิสตา โซเชียล คลับ ก็ยังอยู่ แต่เพลงที่ทำออกมาเพื่อหวังยอดขายคือ “อะ สเปเชียล ไคนด์ ออฟ ฮีโร” ของ สเตฟานี ลอว์เรนซ์ ที่โด่งดังมาจากการร้องเพลงนำในละครเพลง เช่น เอวิตา แม้เพลงนี้จะไม่ได้เป็นเพลงที่ทำยอดขายดีที่สุด แต่ถือว่าเป็นเพลงที่ดีที่สุดเพลงหนึ่งของฟุตบอลโลก

ส่วนเพลงที่ขายดีที่สุดคือเพลง “ลา โคปา เด ลา วีดา เดอะ คัพ ออฟ ไลฟ์” ของ ริกกี มาร์ติน ในฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส เนื่องจากขณะนั้น ริกกี มาร์ติน กำลังโด่งดังอยู่แล้ว ในขณะที่เนื้อเพลง ยังใส่ท่อนสร้อยในการเชียร์เพลงไว้หลากหลายเชื้อชาติ อาทิ “เฮียร์ วี โก” หรือ “อาเล อาเล อาเล” อีกทั้งเพลฝั่งละติน กำลังเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในปลายทศวรรษ 90 ซึ่งเพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 ทั้งฝั่งสหรัฐอเมริกา ยุโรป หรือแม้แต่อังกฤษ ที่ขณะนั้นกระแสดนตรีอัลเตอร์เนทีฟ โดยเฉพาะจากวงโอเอซิส กำลังได้รับความนิยมถึงขีดสุด ซึ่งจากความสำเร็จของเพลงนี้ ทำให้เพลงในฟุตบอลโลก หลังจากนั้นมักเป็นดนตรีละติน เสมอมา อย่างเช่น “วากา วากา” ของ ชากิรา ในปี 2010 และ “วีอาร์ วัน โอเล โอเล” ของ พิตบูลล์, เจนนิเฟอร์ โลเปซ และ เคลาเดีย เลตเต ในปี 2014 รวมถึงปี 2018 ครั้งนี้ก็ยังคงดนตรีฝั่งละตินไว้เช่นเดิมกับเพลง “ลีฟ อิต อัป” ของ วิล สมิธ แต่จะขายได้ดีแค่ไหน จบฟุตบอลโลก ได้รู้กัน