รมว.เกษตรฯ ถกแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร

12:14 11 สิงหาคม 2561 304
รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ

 

วานนี้( 10 ส.ค.61) เมื่อเวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 134 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กทม. นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้มีคำสั่งคำแต่งตั้งไว้เมื่อเดือน พค. 2560 โดยมอบหมายงานการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรและการพัฒนาอาชีพเกษตรกรสมาชิกกองทุนฯให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบแทนสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่แทนคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรตามพรบ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ.2542 ซึ่งมีปัญหาการบริหารกองทุนฯไม่สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาอาชีพเกษตรได้ 

 

โดยปัจจุบันมีเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฯจำนวนประมาณ 6 ล้านคน และมีการลงทะบียนสมาชิกเกษตรกรที่มีหนี้สินกับสถาบันการเงินเช่น ธกส./ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปและสหกรณ์การเกษตรประมาณ 460,000 รายมูลค่าประมาณ 8 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ปี 2549 ถึงปี 2557 กองทุนฯสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรดังกล่าวได้เพียง 29,000 รายเท่านั้น

 

ในการประชุมคกก.กองทุนฯในครั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบตามผลการเจรจาตกลงระหว่างคณะอนุกรรมการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้สินเกษตรกรที่มี นายณรงค์ อ่อนสะอาด ที่ปรึกษารัฐมตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯเป็นประธานได้เสนอแนวทางแก้ไขและปรับโครงสร้างหนี้สินให้แก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฯที่สามารถเจรจาตกลงปรับโครงสร้างหนี้ใหม่และกองทุนฯสามารถเข้าซื้อหนี้เกษตรกรจากสถาบันการเงินเจ้าหนี้ได้รวมประมาณ36,000รายซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่เป็นหนี้ค้างชำระธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.)ตั้งแต่ปี 2543 ถึงปัจจุบันวงเงิน ประมาณ 6 พันล้านบาท ซึ่งเกษตรกรเหล่านี้ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายกองทุนฯและเป็นหนี้ในระบบ โดยแนวทางมีการลดยอดหนี้เกษตรกรลง 50% และหยุดดอกเบี้ย ระยะเวลาไม่เกิน 15 ปี ซึ่งถือได้ว่าการเจรจาที่เป็นผลสำเร็จจำนวนมากที่สุดตั้งแต่ตั้งกองทุนฯมาในปี2542 เป็นต้นมา

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบให้กองทุนฯให้ไปร่างระเบียบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯใหม่ จากนั้นจะเปิดให้รับการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่มีความประสงค์จะเข้าสู่กระบวนการแก้ไขหนี้สินเกษตรกรอีกเป็นระยะเวลา60 วัน จากตามปกติจะเปิดให้ขึ้นทะเบียนทุกปี ตั้งแต่ม.ค.ถึง มิ.ย. ซึ่งในปีนี้ยังไม่ได้เปิดขึ้นทะเบียนจึงมาเปิดให้ขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.เป็นต้นไป รวมทั้งการยกเลิกวงเงินที่กำหนดเพดานวงเงินหนี้สิน ที่ลงทะเบียนไว้กับกองทุนฯจะช่วยเหลือไม่เกิน 2.5 ล้านบาทต่อราย เพื่อจะได้ช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นหนี้สินอยู่แล้วและอาจมาประสบปัญหาภัยพิบัติ ทำให้มีหนี้เพิ่มกว่าวงเงินที่กำหนดไว้เดิมไม่เกิน 2.5 ล้านบาทต่อรายซึ่งจะมีการพิจารณาเป็นรายๆไป หลังจากที่ขึ้นทะเบียนสมาชิกกองทุนแล้วจะมาแยกประเภทหนี้ให้มีความชัดเจนทั้งหมดโดยเร็ว 

 

ขณะเดียวกันได้มีมติให้สำนักงานกองทุนฯไปร่างแนวทางการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรร่วมกับธนาคาร ธกส.และกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรลูกหนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นซึ่งจะผลให้เกษตรกรมีโอกาสชำระหนี้ที่ผ่านมาปรับโครงสร้างหนี้ได้ตามสัญญาใหม่