คุมตัว 'บูม' ฝากขังผลัดแรก-ค้านประกัน

12:28 10 สิงหาคม 2561 1,385
จนท.คุมตัว 'บูม จิรัชพิสิษฐ์' ดาราชื่อดังฝากขังผลัดแรกหลังถูกจับในข้อหาฟอกเงิน พร้อมคัดค้านการประกันตัว

 

วันนี้(10 ส.ค.61) ตำรวจกองปราบปรามคุมตัวนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม นักแสดงจากซี่รี่ย์ชื่อดัง ที่ถูกจับกุมในข้อหาฟอกเงิน เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมาไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังผลัดแรกพร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้ มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก 

 

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ระบุว่า นางสาวสุพิชย์ฌา พี่สาวบูม ได้มีการประสานขอเข้ามอบตัวแต่ไม่ได้มีการระบุวัน เวลา สถานที่ นอกจากนี้คาดว่าจะสามารถออกหมายจับเพิ่มอีกประมาณ 5-6 คน ที่รับเงินจากการฉ้อโกงเข้าหมุนเวียนในบัญชี
 

ขณะที่พ.ต.อ. ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม ยืนยันว่า คดีนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกรรม หรือ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แต่เป็นลักษณะแอบอ้างว่าบริษัทตัวเองอยู่ในเครือของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์

 

ส่วนนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ บุคคลที่มีชื่อเสียงในตลาดหลักทรัพย์ ที่เข้ามาพบรองผู้บังคับการปราบปรามเพื่อชี้แจง โดยนายประสิทธิ์ อ้างว่า ตัวเองตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้เช่นเดียวกัน แต่จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบข้อมูลที่เชื่อได้ว่า นายประสิทธิ์ อาจจะมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน 

 

จากการตรวจสอบ 3 บริษัท ที่มีการเปิดทั้งในประเทศไทยและเกาะฮ่องกง พบว่า นายปริญญา พี่ชายนายบูม เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวและจากการตรวจสอบทะเบียนการค้า พบว่ามีคนในตระกูล จารวิจิต เข้าร่วมมีส่วน และบางบริษัทที่มีการแอบอ้างกับผู้เสียหายไม่มีตัวตนจริง นอกจากนี้ยังมีบริษัทอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวอีกหลายบริษัท ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน 

 

สำหรับนายปริญญา เจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่า เคยมีประวัติถูกออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ ในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกรอีกด้วย 

 

อย่างไรก็ตามพฤติการณ์ของขบวนการนี้ หลอกนักลงทุนชาวต่างชาติร่วมลงทุนเหรียญ bitcoin ให้มาลงทุนในประเทศไทยโดยนำเหรียญดังกล่าวไปเปลี่ยนเป็นอีกสกุลหนึ่งเพื่อลงทุนต่อไปยังตลาดหลักทรัพย์และนำไปใช้ใน บ่อนการพนันที่มาเก๊า แต่ไม่มีการนำเงินไปลงทุนอย่างที่กล่าวอ้าง และนำเงินดังกล่าวไปหมุนเวียนใช้จ่ายภายในครอบครัวและซื้อที่ดิน  ซึ่งล่าสุด เจ้าหน้าที่อายัดเงินได้แล้วกว่า 200 ล้านบาท จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีบัญชีที่เกี่ยวข้องกว่า 40 บัญชี