มท.แจงเหตุ ‘หม่อง ทองดี’ ยังไม่ได้สัญชาติไทย

15:27 9 สิงหาคม 2561 2,010
กรมการปกครองแจงเหตุ ‘หม่อง ทองดี’ ยังไม่ได้สัญชาติไทย ระบุอยู่ระหว่างประสานให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯทำหนังสือรับรองการทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติ

วันนี้ (9ส.ค.61) นายวีนัส ศรีสุข ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยกับทีมข่าว TNN24 ช่อง 16 ถึงความคืบหน้ากรณีนายอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายทำพิธีมอบสัญชาติไทยและบัตรประจำตัวประชาชนให้กับ 4 นักฟุตบอลทีมหมูป่าที่ติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จนสังคมตั้งคำถามถึงกรณีการขอสัญชาติไทยของนายหม่อง ทองดี อดีตแชมป์พับเครื่องบินกระดาษ ที่เคยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ว่า กรณีของหม่อง กับสมาชิกทีมหมูป่า 3 คนที่มีสิทธิได้รับสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรค 2 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 โดยมีการกำหนดเงื่อนไขของการใช้สิทธิในสัญชาติไทยจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. พ.ศ. 2559 เช่นเดียวกัน แต่กรณีของหม่องกับสมาชิกทีมหมูป่านั้นมีเงื่อนไขแตกต่างกัน

 

กรณีของเด็กชายมงคล บุญเปี่ยม และนายพรชัย คำหลวง นั้นอยู่ในกลุ่มที่ 1 คือเกิดในประเทศไทยแต่มีพ่อแม่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งจะได้สัญชาติต่อเมื่อบิดา-มารดาอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 15 ปี ซึ่งมารดาของทั้ง 2 คนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อและเข้ามาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2538 จึงถือว่าเข้าหลักเกณฑ์

 

ขณะที่เด็กชายอดุลย์ สามอ่อน อยู่ในกลุ่มที่ 2 คือเกิดในประเทศไทยแต่เป็นบุคคลไร้รากเหง้าคือบิดา-มารดาทิ้งไปตั้งแต่เล็ก ซึ่งจะขอสัญชาติได้ต่อเมื่ออยู่ในไทยไม่ต่ำกว่า 10 ปี และต้องมีหนังสือรับรองจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเด็กชายอุลย์เข้าหลักเกณฑ์ข้อนี้

 

ส่วนนายหม่อง เป็นลูกแรงงานต่างด้าวที่ถือหนังสือเดินทางสัญชาติเมียนมา ซึ่งจะได้สัญชาติไทยต่อเมื่อต้องเรียนจบปริญญาตรี และต้องทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติและต้องมีหนังสือรับรองการทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติจากหน่วยงานภาครัฐซึ่งขณะนี้กรมการปกครอง ได้ประสานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อขอให้ทำหนังสือรับรองการทำคุณประโยชน์ของหม่อง และขั้นตอนต่อไป อธิบดีกรมการปกครอง ก็จะเซ็นและแจ้งไปยังจังหวัดในพื้นที่ ซึ่งหม่อมสามารถไปทำหนังสือขอสัญญาชาติเมื่อครบเกณฑ์ที่กำหนดได้

 

ส่วนกรณีของนายเอกพล จันทะวงศ์ หรือ โค้ชเอก ได้สัญชาติไทยตามมาตรา 23 ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 เพราะพิสูจน์ได้ว่าเกิดในประเทศไทย และพ่อที่เสียชีวิตไปก็ได้สัญชาติไทยแล้ว จึงทำให้ได้สัญชาติไทยเช่นกัน