ชาวลาวเชื่อคนตายจากเขื่อนแตกอาจพุ่งถึง300ศพ

14:06 27 กรกฎาคม 2561 1,625
ผู้ประสบภัยในลาวเชื่อว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจสูงถึง 300 คน ขณะที่ตัวเลขทางการอยู่ที่เพียง27คน

วันนี้(27ก.ค.61)สถานการณ์ล่าสุดในลาว ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีแถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า เหตุเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อยแตกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มวลน้ำมหาศาลทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนและมีประชาชนเสียชีวิตนั้น นับเป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในลาวในรอบหลายทศวรรษ โดยผู้นำลาวแถลงหลังจากเพิ่งลงพื้นที่ประสบภัยเขื่อนแตก

 

ด้านผู้ประสบภัยในท้องถิ่นที่เกิดเหตุเขื่อนแตกในลาว รวมทั้งองค์การช่วยเหลือจากต่างประเทศหลายแห่ง ต่างตั้งข้อสงสัยกับตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ซึ่งรัฐบาลลาวยืนยันที่ 27 คน และสูญหาย 131 คน โดยเชื่อว่าตัวเลขที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านั้นมาก โดยชาวบ้านเชื่อว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริง อาจสูงถึง 300 คน

 

นอกจากนี้ยังมีผู้ประสบภัยอีก3,000คน ที่ยังคงตกค้างอยู่ในพื้นที่เขื่อนแตก โดยจำนวนมากยังรอคอยความช่วยเหลืออยู่บนหลังคาบ้าน อย่างไรก็ตาม เข้าใจว่า จำนวนผู้ประสบภัย 3,000 คนที่ยังตกค้างอยู่นี้ เป็นตัวเลขที่ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง จากเบื้องต้นที่ทางการลาวรายงานว่า มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยราว 6,600 คน เนื่องจากได้รับการช่วยเหลืออพยพเข้าไปอยู่ในศูนย์พักพิงแล้วราวประมาณ 3,000 คน

 

ขณะนี้ความช่วยเหลือเริ่มเข้าไปถึงผู้ประสบภัยในอัตตะปือแล้ว ขณะที่บีบีซีตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่าปฏิบัติการกู้ภัยเหตุเขื่อนแตกครั้งนี้ นับเป็นปฏิบัติการกู้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในลาว แต่รัฐบาลลาวกลับเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับปฏิบัติการกู้ภัยเขื่อนแตกออกมาน้อยมาก นอกจากเป็นเพราะรัฐบาลลาวมักเก็บงำทุกอย่างเป็นความลับแล้ว และครั้งนี้ นักข่าวต่างประเทศยังถูกรัฐบาลลาวห้ามเข้าไปทำข่าวในพื้นที่อีกด้วย ยังเป็นเพราะพื้นที่เกิดเหตุ คือแขวงอัตตะปือนั้น เป็นพื้นที่ห่างไกล โดยข้อมูลจากทีมกู้ภัยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ระบุว่า ต้องใช้เวลาราว 18 ชั่วโมง ในการเดินทางไปถึงอัตตะปือ 

 

ด้านองค์การแม่น้ำระหว่างประเทศซึ่งเป็นกลุ่มเอ็นจีโอที่มีฐานอยู่ในสหรัฐ และรณรงค์คัดค้านการก่อสร้างเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อย มาตั้งแต่ปี 2558 ได้ตำหนิรัฐบาลลาว ไม่ตรวจสอบดูแลเขื่อนอย่างเหมาะสม ก่อนที่เขื่อนจะแตก และหลังเกิดเหตุเขื่อนแตกแล้ว ก็ยังขาดการสื่อสารที่ดี และชี้ว่า เหตุเขื่อนแตกครั้งนี้ สะท้อนว่า ลาวจำเป็นต้องเพิ่มกฎระเบียบควบคุมการก่อสร้างเขื่อน เนื่องจากเขื่อนจำนวนมากในลาว ทั้งที่เปิดใช้อยู่ หรือกำลังวางแผนก่อสร้าง ไม่ได้ถูกออกแบบมา ให้สามารถรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างสุดขั้วได้
 

ส่วนความช่วยเหลือจากต่างประเทศ บริษัทเอกชนในจีน ซึ่งลงทุนในโครงการสร้างเขื่อนแห่งอื่นในลาวด้วย ได้จัดส่งสิ่งของจำเป็นไปช่วยผู้ประสบภัยในลาว รวมทั้งเครื่องยังชีพ น้ำดื่ม และเต๊นท์ตั้งแต่วันที่ 24 และ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา และระบุว่า จะจัดส่งความช่วยเหลือไปเพิ่มอีก