ลาวเร่งค้นหาผู้สูญหายหลายร้อยคนจากเขื่อนแตก

11:58 25 กรกฎาคม 2561 3,921
จนท.ลาวเร่งค้นหาผู้สูญหายหลายร้อยคนหลังเขื่อนแตกจนน้ำทะลักท่วม7หมู่บ้าน ล่าสุดระดับน้ำบางจุดเริ่มลดลงแล้ว

วันนี้( 25 ก.ค.61) เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลลาวในกรุงเวียงจันทน์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ค้นหาและกู้ภัยของลาวกำลังค้นหาผู้สูญหายหลายร้อยคนภายใต้สภาวะการณ์ที่ยากลำบาก หลังเกิดเหตุเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อย ที่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างในแขวงอัตตะปือ ซึ่งอยู่ใต้สุดของลาวเกิดแตกเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มวลน้ำมหาศาล 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ทะลักท่วม 7 หมู่บ้านจนมิดหลังคา จนประชาชนต้องขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน และทำให้ 6,600 คนไร้ที่อยู่อาศัย ส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด สื่อท้องถิ่นสำนักข่าวลาวนิวส์ระบุว่า มีอย่างน้อย 20 ราย แต่เจ้าหน้าที่ลาวคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มมากกว่านี้

 

ทั้งนี้ มีการเปิดเผยรายละเอียดของเขื่อนที่แตกว่าเป็นเขื่อนย่อย มีชื่อเรียกว่า แซดเดิล แดม ดี (Saddle Dam D) เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน เซน้ำน้อย ซึ่งลงทุนโดยบริษัทจาก 3 ประเทศ คือลาว เกาหลีใต้ และไทย โดยเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อย ประกอบด้วย 2 เขื่อนหลัก คือเขื่อนเซเปียน และเขื่อนเซน้ำน้อย และอีก 5 เขื่อนย่อย โดยเขื่อนที่แตกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น เป็น 1 ใน 5 เขื่อนย่อย โดยลาวมีนโยบายการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เพื่อผลิตไฟฟ้าเพื่อการส่งออก จนได้ชื่อว่าเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย”

 

ด้านบริษัทเอสเค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่นของเกาหลีใต้ หนึ่งในบริษัทที่ร่วมลงทุนสร้างเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อย ออกแถลงการณ์ในวันนี้ว่า บริษัทเริ่มตรวจพบว่า เขื่อนย่อยแซดเดิล แดม ดีดังกล่าว เกิดการชำรุดตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา หรือ 1 วันก่อนที่เขื่อนจะแตก และเมื่อแน่ใจว่าเขื่อนอาจแตกได้ ทางบริษัทจึงรีบแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ลาว และเริ่มการอพยพประชาชนในทั้ง 12 หมู่บ้านที่อยู่ใต้เขื่อนในทันที โดยบริษัทได้ร่วมมือกับรัฐบาลลาวในการช่วยอพยพชาวบ้านด้วย และบริษัทได้จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่ไปซ่อมแซมเขื่อนที่ชำรุด แต่การซ่อมแซมมีอุปสรรคใหญ่คือฝนที่ตกอย่างหนัก ซึ่งทำให้ถนนที่เข้าถึงเขื่อนเสียหาย เมื่อการซ่อมแซมทำไม่ได้ ทำให้ต้องตัดสินใจปล่อยน้ำออกจากเขื่อนเซน้ำน้อยในวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อลดแรงกดดันต่อโครงสร้างของเขื่อนย่อย แต่ในที่สุด เขื่อนย่อยก็แตกในคืนวันจันทร์ ทำให้น้ำทะลักท่วม 7 ใน 12 หมู่บ้านที่อยู่ใต้เขื่อน

 

ล่าสุด ทางบริษัทเอสเคได้ส่งทีมแก้วิกฤติไปยังเขื่อนที่แตกแล้ว ซึ่งประกอบด้วยทีมกู้ภัย เฮลิค็อปเตอร์และเรือกู้ภัย เพื่อช่วยรัฐบาลลาวในภารกิจค้นหาและกู้ภัย ขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นในลาวรายงานเมื่อวานนี้ (24 ก.ค.) ว่า ระดับน้ำในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ถูกน้ำท่วมจากเขื่อนแตกครั้งนี้ เริ่มลดลง 79 เซนติเมตร หรือ 31 นิ้ว

 

Cr.รูปจากเฟซบุ๊ก ABC Laos news ສຳນັກຂ່າວເອບີຊີລາວ