น้ำป่าหลากท่วมพิษณุโลก พท.เกษตรเสียหายกว่า100ไร่

11:39 18 กรกฎาคม 2561 2,670
น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก พื้นที่เกษตรเสียหายแล้วกว่า 100 ไร่ ขณะที่บ้านอายุเก่าแก่กว่า200ปีที่นครพนมตลิ่งทรุดตัว บ้านเรือนเสียหายแล้ว 10 หลัง

วันนี้ (18 ก.ค. 61) น้ำป่าจากภูหินร่องกล้าและปริมาณน้ำที่หลากจากพื้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ไหลลงสู่ลำน้ำคานและทะลักเข้าท่วม ถนนสายบ้านซำรู้ – ห้วยเฮี้ย ในเขตอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลกจนรถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ นอกจากนี้ปริมาณน้ำจำนวนมากกำลังหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรในพื้นที่หมู่ 2 บ้านป่าคาย ตำบลห้วยเฮี้ย เสียหายแล้วกว่า 100 ไร่

 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลกสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจความเสียหาย โดยได้นำเรือท้องแบนและรถยกสูงไว้รับส่งประชาชนที่ต้องเข้า – ออกหมู่บ้าน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มเนื่องจากยังคงมีฝนตกหนักอย่างเนื่อง

 

 

ขณะที่บ้านอายุเก่าแก่กว่า 200 ปีในตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ตลิ่งเกิดทรุดตัวลงจนทำให้บ้านได้รับเสียหายแล้ว 4 หลังคาเรือนจากทั้งหมด 10 หลัง ซึ่งจุดนี้เป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำสงครามและแม่น้ำโขง โดยตลอด 2 วันที่ผ่านมามีฝนตกหนักในพื้นที่ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกัดเซาะตลิ่งจนพังเสียหาย เจ้าหน้าที่ต้องช่วยชาวบ้านขนย้ายสิ่งของออกจากบ้านเรือนพร้อมทำการรื้อถอนบ้านที่อยู่ริมตลิ่งป้องกันการพังเสียหายเพิ่มอีก

 

ด้านปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยส้มโฮง ตำบลบ้านผึ้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เข้าสู่ภาวะวิกฤติเมื่อปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มสูงขึ้นเป็น 3,600,000 ลูกบาศก์เมตร ขณะที่ความจุอ่างสามารถรองรับได้เพียง 2,300,000 ลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 ห้วยส้มโฮงต้องเร่งระบายน้ำออกวันละประมาณ 500,000ลูกบาศก์เมตร แต่มั่นใจว่ายังสามารถรองรับได้เพราะคันดินขอบอ่างมีความแข็งแรงและยังสูงกว่าระดับน้ำ 1 เมตร 70 เซ็นติเมตร แต่ที่กังวลคือพื้นที่การเกษตรที่อยู่ตอนล่างให้เตรียมพร้อมรับมือปัญหาน้ำหลาก เนื่องจากปีนี้มีความเสี่ยงในเรื่องปริมาณน้ำเพราะถือว่าเพิ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน

 


ส่วนที่จังหวัดร้อยเอ็ด พล.อ.ศิวะ ภระมรทัต ผู้บัญชาการกองบัญชาการศูนย์อำนวยการใหญ่ โครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำยังและติดตามการซ่อมแซมพนังกั้นลำน้ำยังที่ขาด เป็นเหตุให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรในตำบลวังหลวง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โดย พล.อ.ศิวะ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงทราบถึงความเดือดร้อนและทรงห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำในลำน้ำยัง ขณะนี้พนังกั้นน้ำที่ขาดตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำที่หลากจากเทือกเขาภูพานและจังหวัดกาฬสินธุ์ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรใน 7 ตำบล รวมแล้วกว่า 10,000 ไร่ กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตอกเสาเข็มยาว 7 เมตรลงไปเสริมความแข็งแรงกว่า 70 ต้น และนำแผ่นเหล็กชีทไพล์มาป้องกันการพังทลายเพิ่มขึ้น รวมทั้งนำเกเบี้ยน หรือกล่องลวดตาข่ายบรรจุหิน พร้อมถุงทรายบิ๊กแบ๊ควางลงหน้าเสาเข็มแล้วประมาณ 200 ชุด ซึ่งคาดว่าภายใน 30 ชั่วโมงน่าจะควบคุมและปิดทางน้ำของพนังที่ขาดได้