Scoop : จับตา "8 ทีมสุดท้าย" บอลโลก 2018

21:08 5 กรกฎาคม 2561 4,053
วันนี้ TNN บอลโลก ขอพาคุณยลโฉม 8 ทีมสุดท้ายของบอลโลกครั้งนี้ และเช็คเส้นทางของพวกเขา ว่าดีพอที่จะ กุมถ้วยฟุตบอลโลก กลับบ้านได้หรือไม่

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 เดินทางมาถึงช่วงท้ายของทัวร์นาเมนต์แล้ว แน่นอนว่ามีหลายทีม ทำผลงานได้ย่ำแย่ ตกรอบเร็ว หลายทีมทำงานได้ตามมาตรฐาน และ อีกหลายทีมทำผลงานได้เกินความคาดหมาย ฝ่าเข้ามาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ วันนี้ TNN บอลโลก ขอพาคุณยลโฉม 8 ทีมสุดท้ายของบอลโลกครั้งนี้ และเช็คเส้นทางของพวกเขา ว่าดีพอที่จะ กุมถ้วยฟุตบอลโลก กลับบ้านได้หรือไม่

 

ฝรั่งเศส

 

   

 

ทัพ "ตราไก่" ถือว่าเป็นทีมที่เล่นได้ตามมาตรฐานในบอลโลกครั้งนี้ แม้พวกเขาจะไม่ได้ยิงคู่แข่งแบบถล่มทลาย แต่ก็รักษาทรงการเล่นได้ดี รอบแรก พวกเขา ชนะ 2 เสมอ 1 เข้ารอบมาเป็นจ่าฝูงของกลุ่มแบบสบายๆ แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับกระดูกชิ้นโต อย่าง อาร์จนตินา ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ก็เล่นได้เหนือกว่ามาก และเอาชนะทีมของ ลิโอเนล เมสซี่ ไป 4-3 ด้วยฟอร์มยอดเยี่ยมของดาวดวงใหม่ของโลกฟุตบอลอย่าง คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ โดยในรอบก่อนรองชนะเลิศ พลพรรค "เลส์ เบลอส์" จะต้องดวลกับ อุรุกวัย ซึ่งถ้าพวกเขาผ่านรอบนี้ไปได้อีก ก็สามารถหวังถึงการเป็นแชมป์ได้เลยทีเดียว

 

อุรุกวัย

 

 

พลพรรค "จอมโหด" ถือว่าเป็นม้ามืดอีกทีมของฟุตบอลโลก ครั้งนี้ พวกเขาเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่รอบแรก มีเกมรับที่รัดกุมเหนียวแน่น เสียประตูยาก ตลอดจนเกมรุก แม้จะไม่โดดเด่นมาก แต่ก็มี หลุยส์ ซัวเรส และ เอดิสัน คาวานี่  ที่ช่วยกันพังประตุพาทีมผ่านเข้ามาได้จนรอบ 8 ทีมสุดท้าย พวกเขาเชือดทีมแชมป์ยูโรทีมล่าสุด อย่าง โปรตุเกส มาได้ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ดังนั้น การชนกับ ฝรั่งเศส ในรอบนี้ หากพวกเขาตั้งนับเหนียวๆ และใช้โอกาสการปิดสกอร์ที่เฉียบคม ก็มีลุ้นทะลุไปถึงรอบรองชนะเลิศ และหวังลึกๆถึงการเถลิงบัลลังก์แชมป์โลกได้เช่นกัน

 

บราซิล

 

 

ทีมชาติบราซิล ก่อนแข่งอาจจะไม่ได้เป็นทีมเต็ง 1 จากการวิเคราะห์ของหลายๆสื่อ แต่ในขณะนี้ พวกเขาเป็นทีมเต็งฟุตบอลโลก 2018 อย่างเต็มตัวแล้ว จากฟอร์มการเล่นที่ดูหรูหรา เหนือกว่าทุกทีมที่เจอมาตั้งแต่รอบแรก พวกเขาเก็บ 7 คะแนน เข้ารอบในฐานะจ่าฝูง และรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก็ยังอัด เม็กซิโก ทีมที่ชนะเยอรมันมาในรอบแรกได้อีกแบบสบสบายๆ 2-0 ทำให้ตอนนี้พวกเขามีโอกาสอย่างยิ่งที่จะคว้าแชมป์โลก หลังจากที่ล้มเหลวมาตลอด ตั้งแต่ได้ชูถ้วยเมื่อปี 2002 การพบกับ เบลเยี่ยม ในรอบนี้ ก็ถือว่าเป็นคู่แข่งที่หินมากๆ เนื่องจาก "ปีศาจแดงยุโรป" เป็นทีมท็อปอีกทีมของโลกในเวลานี้ แต่ทุกสิ่งก็ต้องวัดกันในสนามบอล ซึ่งหากพวกเขาต้องการเป็นแชมป์ ก็ต้องฝ่าไปให้ได้ นั่นเอง

 

เบลเยี่ยม

 

 

ครั้งนี้คงเป็นครั้งที่แฟนบอล "ปีศาจแดง" ยุโรป ตั้งความหวังกับทีมมากที่สุด เนื่องจากขุมกำลังชุดนี้ ระดมไปด้วยนักเตะชั้นนำของโลกในทุกๆตำแหน่ง พวกเขาผ่านรอบแรกมาด้วยผลงานเพอร์เฟค คือการชนะรวด เก็บ 9 คะเเนนเต็ม แต่เกือบเอาตัวไม่รอดในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อโดนทีเด็ดของญี่ปุ่น ที่ยิงนำไปก่อนถึง 2-0 แต่ก็ยังอาศัยประสบการณ์ และทีเด็ดของบรรดาผู้เล่นที่กล่าวมา ระดมเกมบุกเข้าใส่ เยี่ยงระเบิดนิวเคลียร์ เอาตัวรอดชนะมาได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย 3-2 โดยพวกเขาจะเข้ามาชนกับทีมเต็งแชมป์อย่าง บราซิล ในรอบนี้ แม้หนทางมันจหนักมาก แต่หากพวกเขาหวังจะไปถึงดวงดาว ก็ต้องรวบรวมพลังทั้งหมดในการคว่ำ "แซมบ้า" ให้ได้

 

อังกฤษ

 

 

ความจริงแล้วสื่อและแฟนบอล อาจจะไม่ได้ควาดหวังกับ พลพรรค "สิงโตคำราม" ในชุดนี้สักเท่าไหร่ เพราะพวกเขาเป็นทีมดาวรุ่งที่กำลังสร้าง เป็นทีมที่รอประสบความสำเร็จ และส่องแสงเฉิดฉายในอนาคต พวกเขาสามารถเอาชนะการดวลจุดโทษกับ โคลอมเบีย ในรอบที่แล้ว ซึ่งถือว่า ออกจากวังวนการพ่ายแพ้การดวลโทษ ได้สำเร็จ ดังนั้น ตอนนี้อังกฤษ กำลังมั่นใจและฝันเล็กๆถึงการเป็นแชมป์โลกแล้ว อย่างแน่นอน ยิ่งคู่แข่งในรอบก่อนรอง ฯ เป็นสวีเดน ทำให้พวกเขาดูเป็นต่อขึ้นมาทันที ก็คงอยู่ที่จิตใจ สมาธิ และความมุ่งมั่นของบรรดานักเตะดาวรุ่งชุดนี้แหละ ว่าจะดีพอเป็นแชมป์โลกได้เลยในคราวนี้ได้หรือเปล่า 

 

สวีเดน

 

 

ทัพ "ไวกิ้ง" มาได้ไกลสุดๆ อันที่จริงพวกเขาเป็นทีมที่หลายๆคนไม่ให้ราคาเลยด้วยซ้ำ พวกเขาฝ่าอิตาลี ในรอบเพลย์ออฟ โซนยุโรปมาได้อย่าเหลือเชื่อ รวมไปถึงรอบแรก ที่ต้องลุ้นอย่างใจหายใจคว่ำ กว่าจะเข้ารอบมาได้ในนัดสุดท้าย สตาร์เด่นของทีมชุดนี้ ก็คือ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก กองกลางที่ทีมไม่สามารถขาดไปได้แม้แต่นาทีเดียว สวีเดนชุดนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า การไม่มี ซลาตัน อิบราอิโมวิช ก็ไม่ได้เสียหายอะไร มิหนำซ้ำ พวกเขายังมาได้ไกลถึงขนาดนี้ ทุกสิ่งก็เกิดจากการเล่นเป็นทีม เข้าใจกัน และสู้จนนาทีสุดท้ายนั่นเอง การเจอกับอังกฤษ จะว่าหนักก็คงหนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยชนะทีมทีมนี้มา หากพวกเขาเล่นกันอย่างตั้งใจ เหนียวแน่น และใช้โอกาสไม่เปลือง อาจจะมีเซอไพรส์ มีชื่อ สวีเดน ไปอยู่ในรอบรองชนะเลิศ ก็เป็นได้

 

โครเอเชีย

 

 

ทัพ "หมากรุก" เป็นทีมม้ามืดประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้อย่างแท้จริง พวกเขาโชว์ฟอร์มอย่างสุดยอดในรอบแรก โดยเฉพาะในนัดที่เอาชนะ แชมป์โลก 2 สมัย อย่าง อาร์เจนตินา 3-0 ทำให้หลายๆคนมาจับตา และเชียร์ทีมนี้กันเยอะขึ้น จุดเด่นของ โครแอต ชุดนี้ คือแดนกลาง ที่มี ลูก้า โมดริช ยืนคุมเกมกับ อิวาน ราคิติช ทำให้มันดูแน่น ดูลงตัวไปหมด รอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาคงไม่ต้องเหนื่อยมากหากยิงจุดโทษเข้าไปในช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว พวกเขาจะต้องดวลกับม้ามืดอีกทีม คือ รัสเซีย ชาติเจ้าภาพในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งต้องบอกเลยว่า หากรัสเซีย ไม่ใช่เจ้าภาพ พวกเขาก็คงจะเหนือกว่ามาก แต่มาถึงตอนนี้เราก็ได้เห็นแล้ว ว่าทุกทีมที่เข้ามารอบนี้ ต่างมีทีเด็ดทั้งนั้น ประมาทไม่ได้อย่างแน่นอน 

 

รัสเซีย

 

 

คงเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์ที่สุดแล้วสำหรับเจ้าภาพ ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เขาเป็นทีมที่ไม่มีใครให้ราคา อุ่นเครื่อง 10 นัดไม่ชนะใคร ทุกสื่อมองว่าเขาน่าจะตกรอบแรกด้วยซ้ำ แต่ใครจะเชื่อ ว่า 2 นัดในรอบแรก พวกเขาชนะรวด แล้วเข้ารอบอย่างสบายๆ รอบ 16 ทีม พวกเขาต้องรับมือ สเปน ทีมยักษ์ใหญ่ เต็งแชมป์อีกหนึ่งทีม แต่เขาก็จัดการ "กระทิงดุ" ด้วยการตั้งรับอย่างเหนียวแน่นยิ่งกว่ากาวตราช้าง และใช้โอกาสอย่างคุ้มค่า การยิงตรงกรอบเพียง 1 ครั้ง และได้ 1 ประตู ตลอดจนการยิงจุดโทษที่แน่นอนกว่าสเปน ทำให้เขาเข้ามาอยู่ในจุดนี้ได้แบบไม่มีใครคาดคิด การเจอกับ โครเอเชีย พวกเขาก็คงไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว เล่นด้วยความไม่กดดัน แม้จะมีแฟนๆ เกือบแสน ที่อยู่ในสนามคอยส่งเสียงเชียร์ หากพวกเขาผ่านรอบนี้ไปได้ ก็มองถึงการเข้าชิงชนะเลิศ บนแผ่นดินตัวเองได้เลย

 

ทั้งหมดนี้ก็คือ 8 ทีมสุดท้ายที่เหลืออยู่ของฟุตบอลโลกครั้งนี้ และแน่นอนอีกประมาณ 1 สัปดาห์เศษ เราก็จะได้บทสรุปกันแล้ว ว่าใครจะเป็นคู่ชิง และนำถ้วยแชมป์ กลับบ้านเกิด สร้างความภาคภูมิใจให้คนทั้งชาติได้มความสุข  นั่นเอง