WELCOME BACK ทีมชาติไทยสไตล์เดิม!!!

11:55 11 มกราคม 2562 524
เปิดเงื่อนไข ช้างศึก เข้ารอบ!!!

การชนะทีมชาติบาห์เรนในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ทีมชาติไทยมีลุ้นเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ยังเป็นการชนะบาห์เรนครั้งที่ 2 จากที่พบกัน 7 ครั้ง และเป็นการชนะทีมชาติบาห์เรนในรอบเกือบ 39 ปีเต็ม ทำให้แฟนบอลไทยทุกคนตอนนี้ปลาบปลื้มกับผลงานของทีมชาติไทย และมีหวังที่จะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของการแข่งขันครั้งนี้อีกด้วย

 

 

สิ่งที่เราได้เห็นจากเกมการแข่งขันในนัดที่ ทีมชาติไทยเฉือนเอาชนะทีมชาติบาห์เรนไปได้ 1-0 แบบสุดมันส์นั้น ถือว่าเป็นฟอร์มการเล่นที่แฟนบอลไทยทุกคนอยากเห็น นั่นก็คือสไตล์การเล่นเกมรุกที่ดุดัน เนื่องมาจากโค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กุนซือขัดตาทัพของทีมชาติไทย กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงทีม โดยในนัดนี้ โค้ชโต่ย ปรับเปลี่ยนแผนการเล่นมาเป็น 3-5-2 และเปลี่ยนผู้เล่นจากเกมที่พ่าย อินเดีย 1-4 ถึง 4 ตำแหน่ง เริ่มจากใช้ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ในตำแหน่งผู้รักษาประตู อดิศร พรหมรักษ์ และ สุพรรณ ทองสงค์ ในตำแหน่งกองหลัง ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ในตำแหน่งกองกลาง ซึ่งการใช้แผนนี้ ทำให้ ธีราธร บุญมาทัน และทริสตอง โด ที่เล่นในตำแหน่งวิงแบ็กซ้ายและขวา มีโอกาสเติมเกมรุก จนเป็นที่มาของประตูชัย ที่ทริสตอง โด จ่ายตัดมาให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยิงเข้าไป

 

 

ชัยชนะในนัดนี้ ทำให้ทีมชาติไทย มี 3 แต้มจากการแข่งขัน 2 นัด ดังนั้น การแข่งขันนัดสุดท้ายกับเจ้าภาพ U.A.E. จึงสำคัญอย่างยิ่งยวด หากเอาชนะได้ก็จะผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในตำแหน่งแชมป์กลุ่มแบบสง่างามเลยทีเดียว แต่ถ้าหากผลลัพธ์ไม่เป็นตามคาด ก็ต้องมาลุ้นผลของอีกสนาม ระหว่างทีมชาติอินเดียพบกับ ทีมชาติบาห์เรน ซึ่งหากทีมชาติไทยทำได้แค่เสมอ คงต้องเอาใจเชียร์ทีมชาติบาห์เรนให้ได้ชัยชนะ เพื่อส่งผลให้ทีมชาติไทยเข้ารอบในตำแหน่งอันดับ 2 ของกลุ่ม แต่ถ้าหากทีมชาติไทยพลาดท่าแพ้เจ้าภาพ U.A.E. ก็จะต้องย้ายฝั่งมาเชียร์ทีมชาติอินเดียให้เป็นผู้ชนะกันในทันที และทีมชาติไทยยังต้องลุ้นที่จะเข้ารอบ 16 ทีม ในอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 ทีม จาก 6 กลุ่มการแข่งขันด้วย

 

สำหรับโปรแกรมนัดสุดท้าย ทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ส่วน ทีมชาติอินเดีย จะพบกับ ทีมชาติบาห์เรน แข่งขันวันที่ 14 มกราคมนี้ ในเวลาเดียวกัน 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย