ชำแหละ 4 เหตุผล “ช้างศึก” ชวดเข้าชิงซูซูกิคัพ

17:56 6 ธันวาคม 2561 3,399
เครดิตรูปภาพ:

https://www.affsuzukicup.com/2018/photos

เป็นที่ทราบกันแล้วว่า ทีมชาติไทย ภายใต้การนำของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย พลาดพลั้งตกรอบ ศึกฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ หลังทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอกับมาเลเซีย 2-2 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา

คงต้องพูดกันตามตรงว่าเป็นผลงานที่น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก เพราะเราเป็นแชมป์มา 2 สมัยซ้อน และการแข่งขันครั้งนี้ ทัพ “ช้างศึก” ก็ถูกมองว่าเป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์แบบชนิดที่เรียกว่า นอนมาเลยทีเดียว หากเจาะลงไปที่เกมในสนาม จะเห็นได้ว่า ไทยเล่นแบบอึดอัดใจแฟนบอลเป็นอย่างมาก หลังแทบไม่มีจังหวะต่อบอลสวยๆ เข้าพื้นที่สุดท้ายของมาเลเซียได้เลย ทั้งที่เป็นเจ้าบ้าน และมีแฟนบอลกว่าครึ่งแสนคนหนุนหลังอยู่ ส่วนหนึ่งก็ต้องชม “เสือเหลือง” ด้วย ที่ปิดพื้นที่ของเราได้ดี ทำให้เราต้องใช้บอลโยนเข้าไปเป็นหลัก ทั้งที่ไม่ใช่สไตล์ที่ทีมชาติไทยถนัดนัก 

 

ทีมงานขอวิเคราะห์ 4 เหตุผลที่ทำให้ทีมชาติไทย อกหัก ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ในศึกซูซูกิคัพ ครั้งนี้ 

 

1.สอบตกในเรื่องแท็คติก 
แน่นอนว่าฟุตบอลน็อคเอาท์ เหย้า-เยือน แบบนี้ ทุกทีมจะเล่นแบบระวังตัวไม่อยากเสียประตูอยู่แล้ว ทว่า “ช้างศึก” เป็นทีมที่ศักยภาพเหนือกว่ามาเลเซียพอสมควร รวมถึงสถิติการพบกันก่อนหน้านี้ที่ดินแดนสยาม เราไล่ถล่ม และเอาชนะ “เสือเหลือง” มาโดยตลอดในช่วงระยะหลัง ผลเสมอในนัดแรก มันบ่งบอกอยู่แล้ว ว่านัดนี้เราจะต้องเปิดเกมบุกเข้าใส่ และควรนำห่างให้ได้ 2 ประตูเป็นอย่างน้อยด้วยซ้ำเพื่อความปลอดภัย เพราะการนำเพียงประตูเดียว และโดนตีเสมอก็จะทำให้เราลำบากอย่างที่เห็น ดังนั้นบ่งบอกได้เลยว่าการวางแผนของโค้ช ราเยวัช ถือว่าสอบตกสถานหนักในนัดนี้ 


2.ไม่สามารถกุมความได้เปรียบทั้งที่ขึ้นนำถึง 2 ครั้ง
เกมนี้เราได้โอกาสออกนำไปก่อนในช่วงกลางครึ่งแรก จากการโขกของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ แต่ก็มาโดนตีเสมอในอีกไม่กี่นาทีให้หลัง ทำให้เราตกเป็นรองทันที ก่อนจะจบครึ่งแรกที่ 1-1 ซึ่งหากจบครึ่งแรกด้วยการกุมความได้เปรียบด้านสกอร์ไว้ ครึ่งหลังเราอาจจะเล่นง่ายกว่านี้ เช่นเดียวกัน ในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายเราก็ทะยานออกนำมาเลเซียอีกครั้ง 2-1 แต่ก็นำได้เพียงไม่ถึง 10 นาที ก็มาเสียสมาธิโดนยิงตีเสมอไปจนได้ หลายๆคนมองว่าถึงอย่างไรเราก็ควรชนะจากการได้จุดโทษในช่วงวินาทีสุดท้าย แต่หากมองกันจริงๆแล้ว เราไม่ควรที่จะต้องไปอยู่ในจุดที่ต้องลุ้นประตูชัยวินาทีสุดท้ายจริงๆ 


3.ไทยขาดสตาร์ที่เล่นอยู่ต่างแดนทำเกมไม่ลื่นเท่าที่ควร 
ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้ง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ , ธีราธร บุญมาทัน , ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธีรศิลป์ แดงดา 4 นักเตะซูเปอร์สตาร์ของวงการฟุตบอลไทยในปัจจุบัน เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ในการคว้าแชมป์รายการนี้ 2 สมัยซ้อน ซึ่งในครั้งนี้ ดาวเตะทั้ง 4 มีภารกิจที่ต้องรับใช้ต้นสังกัด ทำให้มาช่วยทัพ ”ช้างศึก” ไม่ได้ ซึ่งหากมีนักเตะกลุ่มนี้อยู่ในทีมชุดนี้ ทีมชาติไทยอาจจะผลงานไฉไล และไปได้ไกลกว่านี้ก็เป็นได้ 


4.พลังแฝงของคู่แข่งเวลาพบกับไทย 
แน่นอนว่าการที่เราเป็นเจ้าอาเซียนมา 2 สมัยซ้อน ย่อมทำให้เป็นที่หมายปองของคู่แข่ง ที่ต้องการจะล้มเราให้ได้อย่างแน่วแน่ สังเกตได้ว่าทุกทีมที่สู้กับไทย จะเล่นเต็มที่ วิ่งสู้ฟัด ตั้งรับอย่างมีวินัย มีก๊อกสอง ก๊อกสามแทบจะทุกทีม และในครั้งนี้ฟิลิปปินส์ และ มาเลเซีย ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า การรับมือกับไทยนั้นต้องทำอย่างไร จึงจะได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ 

 

นี่ก็คือ 4 เหตุผลที่ทำให้ทีมชาติไทยตกรอบรองชนะเลิศคาบ้านตัวเองในศึกซูซูกิคัพ ครั้งนี้

 

ก็คงต้องไปลุ้นกันต่อไปใน เอเชียนคัพว่า “ช้างศึก” จะทำผลงานได้ดี และกอบกู้ศรัทธาแฟนฟุตบอลชาวไทย กลับมาได้อีกครั้งหรือไม่