โขนนาฎกรรมชั้นสูงสู่มรดกโลกเพื่อมวลมนุษยชาติ

14:36 30 พฤศจิกายน 2561 1,134
“ยูเนสโก” ประกาศให้ “โขน”ขึ้นบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ประเภทรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่ง กว่าจะเป็นการแสดงโขนนั้นต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ทุกแขนง

 

“โขน” เป็นนาฏศิลป์และศิลปะชั้นสูงที่เก่าแก่ของไทยมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีเอกลักษณ์โดดเด่น รวมศาสตร์และศิลป์หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกันทั้งนาฏศิลป์ ดนตรี วรรณกรรม พิธีกรรมและงานช่างฝีมือต่าง ๆ โขนเป็นมหรสพที่บรรพชนไทยสร้างสรรค์ขึ้นและยังคงสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ในประเทศไทยที่มีมาอย่างยาวนาน กว่า 500 ปี ใช้ท่ารำตามแบบละครใน แตกต่างเพียงท่ารำที่มีการเพิ่มตัวแสดง เปลี่ยนทำนองเพลงที่ใช้ในการดำเนินเรื่อง แสดงเป็นเรื่องราว มีประวัติยาวนาน จากหลักฐานจดหมายเหตุลาลูแบร์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้มีการกล่าวถึงการแสดงโขนว่า เป็นการเต้นออกท่าทาง ประกอบกับเสียงซอและเครื่องดนตรีประเภทต่าง ๆ ผู้แสดงจะสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าตนเองและถืออาวุธ และแม้ว่าในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ เมียนมา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชาและไทย จะมีการแสดงที่คล้ายคลึงกัน โดยรับเอาวัฒนธรรมมาจากประเทศอินเดีย ซึ่งดัดแปลงจากวรรณกรรมเรื่องรามายณะและมีการพัฒนารูปแบบของการแสดงโขนในแบบฉบับของตนเองจนเป็นอัตลักษณ์ มีรูปแบบการแสดงที่สืบทอดกันมาต่างกัน  

 

การแสดงโขน ในประเทศไทยนับเป็นมหรสพที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด แต่ด้วยเหตุการณ์ทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในปี 2475 ทำให้การแสดงโขนได้รับความนิยมน้อยลงไปมาก ส่งผลให้โรงละครปิดตัวลงหลายแห่ง ศิลปะที่เป็นองค์ประกอบของการแสดงบางอย่างจึงสูญหายไป ทำให้การแสดงโขนไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร กระทั่งในปี 2549 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชการที่ 9 มีพระราชเสาวนีย์ให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯจัดการแสดงโขนเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา จึงเปรียบเสมือนเป็นการชุบชีวิตให้การแสดงโขน ให้กลับมางดงามตามแบบราชสำนักและสมกับเป็นนาฏกรรมอันงดงามของไทย จากพระราชปรารภในสมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่ว่า “ฉันเสียดายว่าคนไทยจะไม่ดูโขน ช่วยกันทำโขนเถอะ” ในเมื่อครั้งที่โขนกำลังจะกลายเป็นนาฏศิลป์ที่ไร้ผู้สืบทอด ก่อเกิดเป็นการสืบสานและฟื้นฟูศิลปะไทยหลากหลายแขนง ถ่ายทอดองค์ความรู้งานด้านศิลป์ชั้นสูงของไทยสู่คนรุ่นหลังทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง หนึ่งในนั้นคือการฟื้นฟูงานช่างสิบหมู่ ในการทำฉากต่าง ๆ รวมถึงอุปกรณ์ประกอบ รวมถึงการทำหัวโขน ทำชุด ตกแต่งเครื่องถนิมพิมพาภรณ์  การแต่งหน้าโขน การขับร้อง เล่นดนตรีไทย

 

โขนมีอยู่ 5 ประเภท ได้แก่ โขนกลางแปลง, โขนโรงนอกหรือโขนนั่งราว, โขนหน้าจอ, โขนโรงใน, โขนฉาก  ปัจจุบันมีการบรรจุหลักสูตรการเรียนการสอนโขนในสถาบันการศึกษาหลายระดับ คุณค่าของโขน จึงมิใช่แค่เพียงศิลปะการแสดง แต่ยังผสานและสะท้อนถึงวิถีแห่งความเป็นไทยไว้อย่างชัดเจน